Home สุขภาพ 7 พฤติกรรมที่คนส่วนใหญ่คิดว่าไม่ดี แต่ที่จริงมีข้อดีอยู่เหมือนกันนะ

7 พฤติกรรมที่คนส่วนใหญ่คิดว่าไม่ดี แต่ที่จริงมีข้อดีอยู่เหมือนกันนะ

7 พฤติกรรมที่คนส่วนใหญ่คิดว่าไม่ดี..แต่ที่จริงมีข้อดีอยู่เหมือนกันนะ

7 พฤติกรรมที่คนส่วนใหญ่คิดว่าไม่ดี..แต่ที่จริงมีข้อดีอยู่เหมือนกันนะ

พฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพส่วนใหญ่เป็นที่น่าเชื่อถือได้ แต่เรามักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้เพราะเชื่อว่ามันไม่ดีต่อสุขภาพ และนี่คือ 7 พฤติกรรมที่คนส่วนใหญ่มักมองในแง่ลบแต่แท้จริงแล้วมันก็ดีต่อสุขภาพเหมือนกันนะ

1. อารมณ์โกรธ
คนส่วนใหญ่มักพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการแสดงอารมณ์โกรธแต่ก็ยังปลดปล่อยออกมาบ้าง แต่รู้ไหมว่าการแสดงอารมณ์โกรธจะช่วยเสริมสร้างพลังและการเปลี่ยนแปลงในแง่บวกขึ้น ทว่าหากปลดปล่อยในสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสมก็จะส่งผลเสียได้ ดังนั้นควรเรียนรู้ที่จะใช้พลังงานดังกล่าวในแง่บวกดีกว่า
2. หลงทิศหลงทาง
คุณเคยหลงทางในเมืองใหญ่ๆหรือในต่างแดนไหม นั่นแหละคุณจะได้ใช้สัญชาตญาณของตัวเองและอาจค้นพบสิ่งใหม่ๆที่น่าอัศจรรย์ขณะที่กำลังหาทางกลับบ้าน เช่นเดียวกับชีวิตของคุณที่บางครั้งอาจมีหลงทางบ้าง เราจะได้ค้นพบพรสวรรค์ใหม่ๆ หรือเพื่อนใหม่ แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องหลงทางตลอดไป เพียงแต่นี่คือโอกาสในการค้นหาเส้นทางของตัวเอง
3. การร้องไห้
การร้องไห้คือการตอบสนองทางอารมณ์ต่อสถานการณ์บางอย่าง แม้ว่าจะมีคนไม่มากนักหรอกที่อยากจะร้องไห้ตลอดเวลา แต่เราก็ควรให้โอกาสตัวเองปลดปล่อยอารมณ์ด้วยการร้องไห้บ้าง น้ำตาไม่ได้เกิดจากความสูญเสียเพียงอย่างเดียวแต่ยังหมายถึงน้ำตาแห่งความปลื้มปิติได้ด้วย เมื่อเราร้องไห้ร่างกายของเราจะปลดปล่อยพลังงานที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตออกมา
4. การอยู่เพียงลำพัง
การอยู่เพียงลำพังไม่จำเป็นต้องถูกมองในแง่ลบ หรือหมายความว่าเราเพิ่งตัดขาดจากกิจกรรมต่างๆในสังคมที่ไม่จำเป็นสำหรับชีวิตออกไป รู้ไหมว่าศิลปินชื่อดังระดับโลกจำนวนมากทั้งนักเขียนหรือนักคิดต่างก็พบว่าการอยู่อย่างสันโดษทำให้เกิดแรงบันดาลใจและจุดประกายความคิดที่สร้างสรรค์ขึ้น บางครั้งเราควรตัดขาดจากสิ่งเร้าภายนอกและหันมาอยู่กับตัวเองบ้าง เช่น การเดินเล่นในสวนหรือเที่ยวพักร้อนตามลำพัง
5. การไม่รับฟัง
การไม่รับฟังความคิดเห็นของคนอื่นมักถูกมองว่าเป็นพวกรังเกียจสังคมหรือมีพฤติกรรมอวดเก่ง แต่ก็มีหลายครั้งที่เราควรเชื่อสัญชาตญาณของตัวเองและปลดปล่อยอารมณ์เป็นอิสระ ซึ่งบางครั้งเราก็จำเป็นต้องเพิกเฉยต่อเสียงของคนอื่นที่ไม่เข้าใจเราหรือไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนั้นๆ นอกจากนี้การไม่รับฟังสามารถบ่งบอกได้ถึงระดับความหลักแหลม อย่างคนบางกลุ่มที่เอาแต่ฟังเสียงคนอื่นจนสุดท้ายพวกเขาก็กลายเป็นเรือที่แล่นไปโดยไร้ทิศทาง ดังนั้นจงฉลาดเลือกที่จะฟังหรือไม่ควรฟัง และจงไว้ใจสัญชาตญาณของตัวเองด้วย
6. การแหกกฎ
บางครั้งการแหกกฎก็ทำให้ชีวิตของเราดีขึ้น กฎนั้นเกิดจากมนุษย์และมนุษย์ก็ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่มีความสมบูรณ์แบบ ดังนั้นเราควรเชื่อความสามารถของตัวเองในการหาแก่นแท้ที่ซ่อนอยู่ภายในกฎ จากนั้นจงตัดสินใจหากกฎนั้นสามารถปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นได้ นวัตกรรมส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นทั้งในด้านศิลปะ วิทยาศาสตร์ และสังคมล้วนเกิดขึ้นจากการที่คนบางกลุ่มไม่ปฏิบัติตามกฎเพราะคิดว่ากฎเหล่านั้นไม่ยุติธรรม เช่น โรซ่า ปาร์คส์, คานธี, จอห์น เลนนอน และมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์
7. ผิดแผกจากคนอื่น
การแตกต่างจากคนอื่นอาจทำให้รู้สึกเจ็บปวดและอึดอัดใจโดยเฉพาะถ้าอยู่ในช่วงวัยรุ่น แต่การคิดนอกกรอบนั้นหมายถึงคุณจะกลายเป็นผู้สรรค์สร้างสิ่งใหม่ๆและมีอะไรบางอย่างที่แตกต่างจากคนอื่น และอย่าลืมว่าความคิดที่แหวกแนวของคุณอาจเป็นเส้นทางใหม่ที่ท้ายที่สุดหลายๆคนอาจเลือกที่จะปฏิบัติตาม

ที่มา issue247
Blogger : Brett Bevell
Source : lifehack.org

ความเห็น

comments

Load More In สุขภาพ

Check Also

7 สุดยอดเคล็ดลับการถ่ายรูปเรือนร่างบนชายหาดให้ออกมาดูดีระดับมืออาชีพ

1. เชิดคางขึ้น กระชับไหล่ให้ตรง และยิ้มอย่างมั่นใจ ในทุกๆ ปี คนส่วนใหญ่รักการถ่ายรูปอวดเ…