Home บทความ Work-Life Balance หลบไป คนรุ่นใหม่จงโหยหา Work-Life Integration

Work-Life Balance หลบไป คนรุ่นใหม่จงโหยหา Work-Life Integration

Work-Life Balance หลบไป คนรุ่นใหม่จงโหยหา Work-Life Integration

 

แนวคิดเดิมของ Work-Life Balance คือ การสร้างความสมดุลระหว่างเวลาการทำงานกับเวลาส่วนตัว โดยสองสิ่งนี้ต้องแยกกันอย่างชัดเจน แต่ความจริงแล้วหน้าที่การงานนั้นรบกวนเวลาส่วนตัวจนต้องอยู่ออฟฟิศถึงดึกดื่น และเรื่องส่วนตัวก็รบกวนเวลาทำงานเหมือนกัน

ดูเหมือนคำว่า “สมดุล” จะหาไม่เคยเจอเลย การทำงานตามแนวคิด Work-Life Integration ดูจะเป็นไปได้มากกว่า โดยความหมายของแนวคิดนี้คือการบูรณาการงานและชีวิตส่วนตัวเข้าด้วยกัน คุณสามารถปรับรูปแบบการใช้ชีวิตได้ตามอิสระ กำหนดตารางสิ่งที่ต้องทำได้ด้วยตัวเอง จะตื่นเช้าออกไปวิ่ง ตอนสายเล่นโยคะ ตอนบ่ายอ่านหนังสือเล่มที่ชอบ ตอนเย็น ๆ ค่อยจับงานขึ้นมาทำเพราะหัวคุณแล่นตอนนี้ จะไม่มีห้วงที่ฉุกคิดว่า “เฮ้ย! วันนี้วันจันทร์แล้ว ไม่อยากไปทำงานเลย” เพราะไม่มีกรอบเรื่องเวลาและสถานที่มาจำกัดคุณ วิถีชีวิตแบบนี้กำลังเพิ่มขึ้นในหมู่คนเจนวาย (Gen-Y)

ในมุมของนายจ้างก็จะได้งานที่มีประสิทธิภาพ มีลูกน้องที่อยากร่วมงานด้วยกัน โดยมีการคาดการณ์ไว้ว่าในปี ค.ศ.2020 จำนวน 50 เปอร์เซ็นต์ของลูกจ้างคือคนเจนวาย คราวนี้เจ้าของกิจการต้องปรับตัวแล้ว ต้องรู้ว่าคนกลุ่มนี้ต้องการอะไร ทำงานกันอย่างไร อะไรเป็นตัวกระตุ้นขีดความสามารถของพวกเขา มิฉะนั้นคนเหล่านี้จะผันตัวไปเป็นฟรีแลนซ์หรือเริ่มสร้างธุรกิจเล็ก ๆ ของตนเองแทน

ถึงอย่างนั้นแม้คุณจะมีชีวิตที่อิสระและยืดหยุ่น แต่คุณต้องมีวินัยเป็นอย่างมาก เมื่อหน้าที่การงานและชีวิตส่วนตัวได้หลอมรวมกันแล้ว นายจ้างก็ยังต้องการความเป็นมืออาชีพจากคุณอยู่

ความเห็น

comments

Load More In บทความ